12 มกราคม 2551

โปรแกรมป้องกันไวรัส autorun "CPE17 anti autorun"


ในบรรดาไวรัสทั้งหมด ไวรัส autorun ถือว่าอันตรายกับคนไทยที่สุด เพราะติดได้ง่าย และโปรแกรมฆ่าไวรัสไม่รู้จักไวรัสชนิดนี้ทั้งหมดครับ เนื่องจากไวรัสส่วนใหญ่ Made in Thailand โปรแกรมฆ่าไวรัสที่มาจากต่างประเทศ มักจะรู้จักไม่ทันการณ์ กว่าจะรู้จักก็ติดไปซะแล้ว

หลักการทำงานของไวรัส autorun คือมันจะสร้างไฟล์ autorun.inf ซึ่งภายในระบุไฟล์ที่จะรันอัตโนมัติเมื่อเสียบ Thumb Drive หรือ double click ที่ไดร์ฟนั้น แล้วเจ้าไฟล์ที่มันรันนี้แหละคือไวรัส เมื่อมันรันก็คือจบ เครื่องติดไวรัส

อันที่จริงเจ้า autorun เกิดขึ้นด้วยความหวังดีของ microsoft ใน windows95 ที่ต้องการให้เครื่องคอมใช้ง่ายขึ้น แบบใส่แผ่น CD เข้าไปมันก็เปิดโปรแกรมขึ้นมาทันที แต่ไม่รู้อีท่าไหน อีกสิบกว่าปีต่อมาคนถึงเอาไปใช้ทำไวรัสได้

งานนี้เราจึงต้องมีโปรแกรมที่จะยับยั้งการเรียกตัวเองอัตโนมัติของไฟล์ autorun ครับ (จริงๆ สั่ง windows ไม่ให้ใช้ autorun ก็ได้ แต่ว่ามันยังไม่ปลอดภัยพอ) เจ้าโปรแกรมแบบที่ว่านี้ก็มีหลายตัวครับ ของคนไทยทั้งนั้น เช่น AHDV, ARDV, CPE17 แต่วันนี้ผมจะพูดถึงเจ้า CPE17 ครับ

ข้อดีของ CPE17 ที่เหนือกว่าตัวอื่นจนผมขอพูดถึงตัวนี้ก็คือ ขนาดโปรแกรมที่เล็กมากครับ เพราะเขียนด้วยภาษา C++ แท้ๆ จึงทำงานได้เร็ว กินแรมน้อยครับ และยังมีฟังก์ชั่นสูงมากกว่าโปรแกรมอื่นด้วยครับ

วิธีติดตั้งก็ง่ายแสนง่าย เพียงแค่ดาวน์โหลด แล้วก็อปไฟล์ไปไว้ซักที่ ที่มิดชิดหน่อย อย่าง c:\ (ที่พูดงี้เพราะมีบางคนไว้ที่ desktop เลย) สุดท้ายก็เปิดโปรแกรมขึ้นมาครับ โปรแกรมก็จะทำงานอัตโนมัติ และเริ่มทำงานเองทุกครั้งที่เปิดเครื่องครับ
แนะนำให้ดาวน์โหลดมาติดตั้งลงในเครื่องทุกเครื่องของคุณโดยพลัน แล้วชีวิตจะปลอดภัย

ดาวน์โหลดโปรแกรม!!

(ดาวน์โหลดที่ไฟล์แนบของกระทู้สุดท้ายนะครับ)

ดาวน์โหลดคู่มือโปรแกรม


ขอบคุณคุณ Nathaphon K. ( http://www.cpe17.com ) ที่พัฒนาโปรแกรมดีๆ ให้เราใช้

ป้ายกำกับ: ,

08 มกราคม 2551

Orbit Downloader รุ่นภาษาไทย


จริงๆ ผมทำมานานแล้วแหละครับ แล้วก็ทดสอบอยู่เรื่อยๆ จนคิดว่ามันโอเคแล้ว จึงอยากให้ลองใช้กันดูนะครับ ถ้ามีตรงไหนที่อ่านแล้วงงๆ ผมจะได้เอาไปปรับปรุงอีกทีครับ

วิธีใช้เมนูไทยก็ง่ายๆ เพียงดาวน์โหลด orbit downloader รุ่นล่าสุดจากเว็บ http://www.orbitdownloader.com
ติดตั้งให้เสร็จ แล้วเปลี่ยนเมนูเป็นภาษาไทยโดยไปที่

View -> Language -> Thai

แล้วก็จะได้เมนูไทยครับ (ทั้ง orbit และ grab++ เลย)

ถ้าใครมีปัญหาอะไรก็บอกได้เลยครับ

ป้ายกำกับ: ,

24 สิงหาคม 2550

เมื่อ NOD32 จับของเถื่อน

บทความชิ้นนี้เป็นบทความสุดท้ายที่เขียนก่อนที่ notebook จะถูกขโมยครับ

หลังจากที่ nod32 update ตัวเองเป็นรุ่น 2441 หรือ 2442 มันก็จะจับไฟล์ nod32fix.reg ว่าเป็นไวรัส Win32/HACKAV.G แล้วมันจะลบท่าเดียว
ถ้าลบก็เสร็จจิครับ nod32 เราก็จะกลายเป็นของเถื่อนไปทันที มันจะนับถอยหลัง 30 วัน แล้วก็หมดอายุ จากปกติที่ใช้ได้ 16 ล้านวัน

แต่บางเครื่องทีใช้ nod32 เถื่อน ก็ไม่เป็นครับ
เพราะว่าการ fix nod32 นั้นมีหลายวิธี บางคนอาจจะ fix วิธีอื่นที่ยังไม่โดนตรวจตอนนี้ครับ

กด NOD32 control center ที่มุมล่างขวาของจอ แล้วดูที่กรอบซ้าย เลือก information (ถ้าไม่มีให้กดที่ NOD32 system toolห ก่อน แล้วดูกรอบขวาตรง Days left ว่าเหลือกี่วัน ถ้าเหลือต่ำกว่า 30 วัน ก็แปลว่า fix หลุดไปแล้ว (โดน nod จัดการนั้นเอง) ปกติคือ 16 ล้านวัน

ถ้าไม่มีคำว่า day left ไม่มีคำว่า Trial Version ด้านบนๆ แล้วเป็นคำว่า
registered version
แทนแปลว่า NOD32 ของคุณอาจจะเป็นของแท้ หรือ fix แบบอื่นทำให้ไม่โดน

ตอนนี้ผมจะสรุปให้ฟังว่าถ้าเห็นแบบนี้แปลว่าเจอเข้าให้แล้ว
  • หลังจาก update NOD32 ขึ้นตาแดงมาเลยว่าเจอไวรัส Win32/HACKAV.G (อาจจะเจอได้หลายจุด เช่น .E .F .H ตาม fix แบบต่างๆ)
  • ถ้าไม่เจออาการอะไร ให้เข้าไปที่ C:\Program Files\ESET แล้วดูว่าไฟล์ nod32fix.reg ยังอยู่ดีรึปล่าว ถ้าไม่อยู่ก็น่าสงสัยแย้วว
  • อาการ สุดท้าย กด NOD32 control center ที่มุมล่างขวาของจอ แล้วดูที่กรอบซ้าย เลือก information (ถ้าไม่มีให้กดที่ NOD32 system tools ก่อน แล้วดูกรอบขวาตรง Days left ว่าเหลือกี่วัน ถ้าเหลือต่ำกว่า 30 วัน ก็แปลว่า fix หลุดไปแล้ว (โดน nod จัดการนั้นเอง) ปกติคือ 16 ล้านวัน
  • แต่ถ้าใช้ fix อื่นที่ไม่ใช้ของ nsane จะไม่เป็นแบบนี้นะครับ

ผมเอาข้อมูลในไฟล์ nod32fix.reg มาให้ดูครับ เผื่อใครจะดูออกว่ามันเป็นไวรัส แต่ผมว่าไม่ใช่

Code:
REGEDIT4

[HKEY_LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\Eset\Nod\CurrentVersion\Info]
"View_CLSID"=dword:00000000

[HKEY_LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\Eset\Nod\CurrentVersion\Modules\Update\Settings]
"DefaultServerCount"=dword:0000000a
"DefaultServer0"="http://u20.eset.com/nod_eval/"
"DefaultServer1"="http://u21.eset.com/nod_eval/"
"DefaultServer2"="http://u22.eset.com/nod_eval/"
"DefaultServer3"="http://u23.eset.com/nod_eval/"
"DefaultServer4"="http://u24.eset.com/nod_eval/"
"DefaultServer5"="http://89.202.157.135/nod_eval/"
"DefaultServer6"="http://89.202.157.136/nod_eval/"
"DefaultServer7"="http://89.202.157.137/nod_eval/"
"DefaultServer8"="http://89.202.157.138/nod_eval/"
"DefaultServer9"="http://89.202.157.139/nod_eval/"
"DefaultServer10"="http://u29.eset.com/nod_eval/"
"DefaultServer11"="http://u28.eset.com/nod_eval/"
"DefaultServer12"="http://u29.eset.com/nod_eval/"
"DefaultServer13"="http://u27.eset.com/nod_eval/"
"DefaultServer14"="http://u28.eset.com/nod_eval/"
"DefaultServer15"="http://u29.eset.com/nod_eval/"
"DefaultServer16"="http://u29.eset.com/nod_eval/"


วิธีแก้ไขและป้องกันที่ผมใช้ก็ไม่ยากเลยครับ (แต่ถ้ามันถูกลบไปแล้ว ก็ต้องปิด amon ก่อน แล้วเอา fix ออกแล้วก็ลงใหม่ แล้วทำตามขั้นตอน) เราก็สั่งให้เจ้า nod32 มันไม่ต้องตรวจไฟล์นี้ซะก็จบ

--ถ้าใครยังไม่ได้ update เป็นรุ่น 2441 หรือ 2442 (ผมก็ไม่แน่ใจว่ารุ่นไหน) ก็ไม่ต้องปิด AMON ก็ได้

ทำแบบนี้ครับ
1. ให้เปิด nod32 control center ก่อน (icon nod32 ที่อยู่มุมล่างขวา)
2. เลือกที่ AMON ที่อยู่ในกรอบด้านซ้าย แล้วดูที่กรอบด้านขวา จากนั้นเอาติ้กถูกออกจากหน้า file system moniter (AMON) enabled ก่อน มันจะได้ไม่กวนเรา
3. กดปุ่ม setup ที่อยู่ด้านล่าง
4. เลือกที่แท็บ exclusion แล้วกด add...
5. กดปุ่ม file... เพื่อเลือกไฟล์ที่จะไม่ให้ nod32 ตรวจสอบ
6. ไปที่ C:\Program Files\ESET แล้วหาไฟล์ nod32fix.reg (ถ้าเราไม่ปิด AMON ก่อนจะเลือกไม่ได้) เลือกแล้วก็กด ok ออกมา แล้ว ok อีกครั้งเพื่อกลับมาหน้าหลัก
* ห้ามลืม 7. ที่นี้กลับไปติ้กที่ file system moniter (AMON) enabled ได้แล้วครับ ไม่งั้นมันจะไม่จับไวรัสตัวอื่นๆ ให้เรา



ถ้าโดนทำแล้วทำไง อืม...
1. ให้เอา NOD32 fix ออกก่อนครับ
2. ปิดการทำงาน AMON ของ NOD32 โดยเข้าไปที่ control center ดูกรอบซ้าย เลือก AMON แล้วเอาติ้กตรง file system moniter (AMON) enabled ออก
3. ลง fix ใหม่ (ถ้าไม่มี ใช้ google ครับ หุๆ ค้นคำว่า nod32 fix nsane รุ่นล่าสุดตอนนี้อยู่ที่ 2.2 ครับ)
4. ทำตามกระบวนการหัวข้อข้างบน
5. เปิดการทำงานของ AMON โดยเข้าไปที่ control center ดูกรอบซ้าย เลือก AMON แล้วติ้กตรง file system moniter (AMON) enabled

เพิ่มเติมล่าสุด
ผมสังเกตว่าเครื่องที่ fix ด้วยตัว fix รุ่น 2.1 จะไม่เป็นอะไรกับเรื่องนี้ครับ แต่ที่ fix ด้วยรุ่น 2.2 จะขึ้นมาร้อง

ป้ายกำกับ: ,

02 กรกฎาคม 2550

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับไฟล์เพลง

เรื่องนี้จะเขียนเร็วๆ นะครับ เลยไม่ได้แปลเนื้อหาจากพวก wiki มาประกอบด้วย

ไฟล์ เพลงที่ฟังๆ กันอยู่มีมากมายหลายประเภทนะครับ แม้ว่าปัจจุบันโปรแกรมแปลงต่างๆ จะมีมากมาย แต่ผู้ใช้ก็ควรรู้เรื่องเกี่ยวกับไฟล์ประเภทต่างๆ ไว้ซักนิดนะครับ

ไฟล์เพลงสามารถแยกเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้ 2 ประเภทนะครับ
ประเภทแรก Lossless file
คือไฟล์ที่ไม่มีการเสียข้อมูลใดๆ ไปเลย เช่น Wav, WavPack, FLAC, Monkey

ประเภทที่สองคือ Lossy file
คือไฟล์ที่มีการบีบอัดแล้วเสียข้อมูลไปบ้าง เช่น MP3, MP4, AAC, OGG, WMA

จะขออธิบายเรื่องเกี่ยวกับการบีบอัดนิดหน่อยนะครับ
เสียงที่คนเราฟังได้จะอยู่ในช่วง 20 - 20000 Hz ครับ
เด็กทารกจะได้ยินเสียงเหล่านี้ครบถ้วน พอโตๆ ขึ้น ความสามารถในการรับเสียงจะค่อยๆ ลดลง
คนทั่วๆ ไปส่วนใหญ่จะรับเสียงได้ถึงประมาณ 15000 Hz หลังจากนั้นจะค่อยๆ เบาลงครับ
ส่วนเสียงความถี่ต่ำ ผมจำค่าไม่ได้แล้ว
ปล. ส่วนนี้เกี่ยวกับลำโพงด้วย ว่าสามารถเล่นเสียงได้แค่ไหน ลำโพงทั่วๆ ไปจะเล่นได้ไม่ถึง 20 - 20000 Hz

Lossy file จะใช้ความรู้เรื่องนี้ในการบีบอัดเสียงด้วย คือมันจะลดปริมาณข้อมูล (ก็คือทิ้งข้อมูลไปบ้าง) ในช่วงประมาณ 15000 Hz (จุดนี้แล้วแต่ kbps ที่บีบอัดด้วย ถ้าใช้ bit rate มาก ก็จะทิ้งข้อมูลน้อย) ซึ่งทำงานโดยใช้ Model ของเสียงที่เป้นมาตรฐานของไฟล์ format ต่างๆ
แล้วก็จะลดข้อมูลในเสียงที่ไม่ค่อยได้ยิน เช่นเสียงที่โดนเสียงอื่นกลบทับ



เรามาว่าด้วยรายละเอียดคร่าวๆ ของ lossy file ต่างๆ ดีก่าคับ (ผมก็รู้ไม่ค่อยละเอียดเชิงลึก)

MP3
ใช้กันมาสิบกว่าปีแล้ว พัฒนาโดยสถาบันวิจัยของเยอรมัน เป็นลักษณะการบับอัดเสียงชนิดแรกที่ได้รับความนิยมอย่างสูงทั่วโลก
ปัจจุบัน ความสามารถน้อยกว่าไฟล์อื่นๆ ที่เกิดที่หลัง แต่ยังนิยม เพราะอุปกรณ์ส่วนใหญ่เล่นได้
ต่อมาพัฒนาเป็น MP3pro แต่ไม่ได้รับความนิยม เพราะค่าใช้สิทธิ์แพง
ปล. mp3 เป็นไฟล์ที่มีค่าใช้จ่ายในการใช้สิทธ์นะครับ
โปรแกรมเข้ารหัสไฟล์ MP3 ที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ LAME
โปรแกรมหลายๆ ตัว ใช้ LAME เป็นโปรแกรมเข้ารหัส MP3 ให้ เช่น flash, dB poweramp

OGG
ไฟล์เพลงที่ผมใช้เป้นหลัก เหอๆ กว่าพันเพลงในเครื่องเป็นไฟล์นี้
พัฒนาโดยกลุ่มพัฒนาอิสระ ในนาม Vorbis เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ปีมานี้
ลักษณะ พิเศษคือเป็นไฟล์ที่เปิดให้ใช้ได้อย่างฟรีจริงๆ ใครเอาไปใช้ก็ได้ (จะให้ได้ว่าเกมส่วนใหญ่ใช้ไฟล์นี้เป้นเพลงในเกม) และให้คุณภาพเสียงที่ดี ใน bit rate ที่ต่ำกว่า mp3
เครื่องเล่น mp3 บางชนิดจะเล่นไฟล์นี้ได้

ตอนนี้ก็ยังพัฒนาต่อเรื่อยๆ โดยได้รับการปรับปรุงโค้ดตอนนี้โดยนักพัฒนาชาวญี่ปุ่นในนาม
Ogg aoTuV (ตอนนี้ถึง Beta5 แล้ว) ซึ่งทำให้เสียงดียิ่งขึ้นใน bit rate ต่ำๆ

WMA
Windows Media Audio
พัฒนาโดย microsoft ตอนนี้มาถึงรุ่น 9.2 ที่มาใน Windows media player 11 ครับ
จุดเด่นคือเสียงดีกว่า mp3 และมีระบบป้องกันลิขสิทธิ์ (DRM) จาก microsoft
แต่ผมไม่ชอบ เพราะมันไม่ฟรี และเล่นอะไรไม่ค่อยได้ เพราะมักจะถูกล็อกอยู่

AAC
Advance Audio Codec
หรือ MP4 ครับ เป้นาตรฐานที่ผมยังงงๆ เพราะมีมาตรฐานย่อยๆ เยอะ มีทั้ง HC และ LC ฯลฯ
Apple ใช้กับ iPod ครับ เพราะทางร้านขายเพลง iTune
เสียงดีครับ (รู้แค่นี้)




ไฟล์ Lossless บ้าง

WAV
ไฟล์มาตรฐาน ตั้งเดิม เก็บข้อมูลทุกอย่างของเสียงไว้ ไม่มีการบีบอัด ทำให้เสียงดี และไฟล์ใหญ่มากกกกกก

FLAC
Free Lossless Audio Codec
เป้นไฟล์ lossless ฟรี ชั้นดีตัวหนึ่ง ทำงานได้รวดเร็ว บีบอัดข้อมูลได้เยอะพอสมควร
บับเพลงจาก CD จะได้ bitrate ราวๆ 400 kbps กว่าๆ (ถ้า wav ใช้ที่ราวๆ 1411 kbps)
เสียงสมบูรณ์เหมือนเดิม แต่ขนาดเล็กลงมาก
ผมแนะนำให้ใช้แทนบีบเป็น MP3 ที่ 320 kbps ครับ เหอๆ

WavPack (.wv)
คล้ายๆ กับ FLAC แต่มีความสามารถต่างกันนิดหน่อย เช่น hybrid file, lossy with correction
ผมจะไม่อธิบายนะครับ เพราะความสามารถใกล้ๆ กับ FLAC




อธิบายคำศัพท์

kbps
kilobit per second
จำนวนบิตที่ส่งต่อ 1 วินาที
ยิ่งมาก ไฟล์ยิ่งใหญ่ เสียงยิ่งดี

CBR
Constant bit rate
จะเห็นได้ตอนแปลงไฟล์ครับ ก็คือใช้ bit rate คงที่ตลอดเวลา ไม่ว่าเสียงจะมีความซับซ้อนแค่ไหน
ข้อดีคือ ทำให้คำนวณพื้นที่ที่จะใช้ได้ง่ายครับ

VBR
Variable bit rate
bit rate แปรผัน ตรงข้ามกับ CBR ครับ
bit rate จะแปรผันกับความซับซ้อนของเสียง เช่นช่วงที่ไม่มีเสียง ก็จะใช้ bit rate ต่ำสุด
ผลก็คือใช้ bit rate ได้คุ้มค่ากว่าครับ
ไฟล์อย่าง ogg จะไม่มี CBR ให้เลือก เพราะมันรู้ดีกว่า VBR ดีกว่า เหอๆ

ReplayGain
เทคโนโลยีที่ช่วยปรับเสียงของทุกเพลงให้เท่ากัน





การจะเล่นไฟล์ต่างๆ ที่ว่ามา ถ้าใช้ windows media player ก็จะเล่นได้แค่ mp3, wma และอื่นๆ อีกนิดหน่อย
ถ้าอยากใช้ Media player เล่นไฟล์พวกนี้ ก็ต้องลงพวก k-lite codec pack ครับ

แต่มีทางเลือกที่ดีกว่านั้นเช่น foobar2000 โปรแกรมเล่นเพลงหน้าตาเรียบๆ ที่มีความสามารถที่ผู้คลั่งเสียงเพลงต้องหันมองเช่น
ReplayGain , แก้ไข tag เพลงได้หลายเพลง, แปลงไฟล์, เล่นไฟล์เพลงได้สารพัด
www.foobar2000.org

ถ้าอยากได้ตัว encoder ไฟล์เป็นแบบต่างๆ ก็ไปดูที่
http://www.rarewares.org/
ครับ

วันนี้รีบๆ มีอะไรตกหล่นก็ขออภัยด้วยนะครับ

ป้ายกำกับ: ,