24 เมษายน 2551

เรื่องลิขสิทธ์ในบ้านเรา

ก่อนจะเริ่มคุยกันเรื่องนี้ผมขอออกตัวไว้ก่อนเลยนะครับ ว่าผมก็เป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ได้ร้ำรวยมาจากไหน ใช้ของเถื่อนบ้าง แต่ก็ยังซื้อของแท้อยู่เรื่อยๆ เพราะอยากช่วยผู้ผลิตจริงๆ

สถานการณ์เรื่อง ลิขสิทธิ์โดยเฉพาะในวงการเพลงบ้านเราแย่ลงทุกวันๆ ครับ เรียกได้ว่าถ้าขายแผ่นอย่างเดียว ศิลปินแทบอยู่กันไม่ได้ ต้องอาศัยงานอื่นๆ เช่นการโชว์ตัว หรือเล่นคอนเสริตเข้าช่วย อย่างที่ผมเคยอ่านมาจาก pantip มีประโยคหนึ่งมันแทงใจผมมากๆ เลย คือคนเล่าเรื่องนี้เขาเป็นคนขายแผ่นซีดีแท้ครับ แล้ววันหนึ่งก็มีลูกค้าเข้าร้านมาสั่งว่า "พี่เอาพี่ตูนแผ่นหนึ่ง แล้วแผ่นเปล่า 10 แผ่น" อื้ม... มันเอาแผ่นเปล่าไปทำอะไรหว่า

ทำไม คนไทยกับลิขสิทธิ์มันถึงไปด้วยกันไม่ได้ซะที ผมนอนคิด กลิ้งคิด เอาหัวกระแทกหน้าต่างรถเมล์ตอนจะหลับคิด แล้วก็พอจะเห็นได้หลายประการอยู่
  1. คนไทยไม่ค่อยได้คิดสร้างสรรค์อะไร ผมมองในภาพรวมๆ นะครับ จากประสบการณ์ของผมและคนที่ผ่านเข้ามา คิดดูตอนที่เราเรียนหนังสืออยู่เราคิดอะไรขึ้นมาเองจริงจังบ้าง เช่น project, โครงงาน ฯลฯ ก็แทบจะไม่มีครับ ส่วนใหญ่ก็เอาที่เค้าทำๆ มากันทั้งนั้น หรือเอาแค่ดัดแปลงให้กลายเป็นงานในชื่อของเราได้ เช่นปรับปรุงของเดิมให้ดีกว่าเดิมมากพอที่จะใส่ชื่อเราลงไปเป็นผู้สร้าง สรรค์ต่ออย่างหน้าไม่อาย ก็หาได้ยากครับ แล้วถ้าเด็กๆ ของประเทศไทยเป็นแบบนี้ พวกเขาจะเข้าใจความยากลำบากของการสร้างความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างไร พวกเขาก็จะหาแต่ของที่ง่ายๆ ทำอะไรก็ทำง่ายๆ ก็อปก็ก็อปง่ายๆ เพราะมันฝังหัวมาแล้วว่างานแบบนี้ฉันก็เคยทำ ไม่เห็นเหนื่อยอะไร (ก็แน่ล่ะ ไม่ได้คิดเองนิ)
  2. คนไทยต่อต้านการก็อปปี้แบบแปลกๆ ถ้าใครเข้าเว็บ pantip เรื่อยๆ จะเห็นกระทู้ในลักษณะ "เพลงนี้ก็อปเพลงนี้มารึเปล่า" ครับ ซึ่งส่วนตัวผมแล้ว มันมองได้ 2 แง่เหมือนกันนะ อย่างแรกถ้าก็อปแบบโคดเหมือน เพลงยาว 4 นาที เหมือนซะ 2-3 นาที อันนี้ก็ไม่ไหว เค้าเรียกว่าก๊อปปี้จริงๆ แต่อีกอย่างที่ผมให้มองแล้วลองคิดดูคือ ถ้าเป็นในลักษณะของแรงบันดาลใจล่ะ แบบทั้งเพลงเหมือนแค่ท่อนเดียว หรือแค่คล้ายๆ กัน อันนี้ไม่น่าจะเรียกว่าก็อปปี้นะครับ
  • ผมอยากจะให้มองแบบนี้ครับ มีอะไรบ้างในโลกมนุษย์ที่มนุษย์คิดขึ้นมาเอง โดยไม่มีแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ หรืออะไรเลย ตอนนี้ผมก็คิดไม่ออกว่ามีอะไรบ้าง ผมก็มั่วๆ ไปว่าอาจจะมีแต่น้อยมาก (ภาพ Abstract ยังได้แรงบันดาลใจจากอารมณ์มนุษย์ ที่หลายๆ ครั้งก็ไม่ใช่อารมณ์ตัวเองเลย) แล้วเวลาคุณเรียนรู้เนี่ย โดยเฉพาะในวัยเด็กเลย คุณรียนรู้อย่างไร ถ้าไม่ใช่เลียนแบบมา เช่น เลียนแบบท่าทางการเดิน เลียนแบบการพูด เพราะฉะนั้นผมจึงมองว่าแรงบันดาลใจกับการเลียนแบบเนี่ย มันไม่ใช่เรื่องผิดอะไรเลย ถ้าใช้อย่างเหมาะสม
  • แต่คนไทยกลับรู้สึก ไม่ดีอย่างรุนแรงถ้ารู้ว่าเพลงที่ฟังมันเหมือนเพลงที่เคยได้ยินมา แม้ว่าจะเป็นแค่ท่อนเดียว แล้วก็จะพยายามทำลาย ต่อต้าน
ลองให้ โอกาสกันบ้างนะครับ อย่าเพิ่งไปต่อต้านอะไรมากเลย รอดูไปก่อนว่ามีพัฒนาการบ้างรึปล่าว ถ้ามีพัฒนาการ แล้วไม่โดนตัดกำลังไป เมืองไทยจะได้มีอะไรเก่งๆ ขึ้นอีก ก่อนจบประเด็นนี้ผมขอยกตัวอย่างอีกเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับการลอกเลียนแบบและ พัฒนาครับ บางคนอาจจะไม่รู้นะครับว่าญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ก่อนที่จะเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีแห่งหนึ่งของโลกเนี่ย เค้าเริ่มจากการลอกเลียนและพัฒนามาก่อน อย่างญี่ปุ่นนำเอากล้องจากยุโรปมาเลียนแบบก่อน ตอนแรกทำแบบเหมือนเลยนะครับ แล้วค่อยๆ พัฒนาปรับปรุงกล้องของตัวเองขึ้นมา จนตอนนี้เป็นไงล่ะครับ มีอีกซักกี่ % ของโลกที่ใช้กล้องยุโรป หรืออีกเรื่องหนึ่งคือมอเตอร์ไซค์ที่ญี่ปุ่นก็เลียนแบบมาเหมือนกัน เรื่องนี้ถ้าเป็นเมืองไทย พอเริ่มเลียนแบบปุ๊บ ผมว่าโดนกระแสกดดัน อะไรต่างๆ นาๆ จนเลิกไป แน่ๆ เลย

วันนี้ก็ขอพักแค่นี้ก่อนครับ เพราะห้องเน็ตปิดแล้ว (ชีวิตผูกไว้กับห้องเน็ต) ไว้จะมาต่อความคิดเห็นที่เหลือครับ อย่างผมคิดว่าบางทีคนไทยก็ไม่เข้าใจการกระจายรายได้ ฯลฯ ถ้าใครคิดเห็นยังไง มาร่วมพูดคุยกันได้นะครับ

2 ความคิดเห็น:

เวลา 02 มกราคม, 2552 22:53 , Blogger Sarin กล่าวว่า...

ก็จริงนะครับ แต่ผมว่าบางส่วนอาจเป็นเพราะโปรแกรมมีราคาสูงมาก(อย่า Photoshop) จึงไม่สะดวกที่จะใช้ของลิขสิทธ์ครับ

ก็เป็นความเห็นของผมนะครับ

 
เวลา 12 มกราคม, 2552 15:06 , Blogger BytSerk กล่าวว่า...

ตามกูเกิลเข้ามาหาข้อมูล Lossless แล้วมาเจอบล็อคคุณครับ

เห็นด้วยอย่างยิ่งครับกับสิ่งที่คุณพูด คนไทยส่วนใหญ่ ทำอะไรพวกนี้เองไม่ได้

พอทำเองไม่ได้ก็ไปกำหนดคุณค่ามันเสียสูงส่ง บางอย่างเป็นเรื่องธรรมดาที่เราควรจะทำกันเป็น หรือทั้งโลกเค้าทำเป็นเช่น การอ่านคู่มือแล้วใช้งานอะไรสักอย่าง

แต่พอมีใครสักคนที่อ่าน แล้วทำเป็น จะกลายเป็นเหมือนผู้วิเศษรู้ทุกสิ่งอัน รู้ได้ไง .....

ว่าแต่ ไม่แปลเรื่อง Lossless เพิ่มหรือครับ ผมกำลังสนใจ Lossywav มาก เค้าบอกขนาดเ็ล็กว่า FLAC ครึ่งนึง คุณภาพด้อยกว่าน้อยมากกก

แต่ตามไปอ่านแล้วไม่เก็ตเลย

 

แสดงความคิดเห็น

สมัครสมาชิก ส่งความคิดเห็น [Atom]

<< หน้าแรก